การผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิม

ศูนย์ : ศูนย์หัวใจ

บทความโดย : นพ. ศิรพัชร์ พูนวุฒิกุล

การผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิม

ภาวะความผิดปกติของลิ้นหัวใจแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ ลิ้นหัวใจตีบ และลิ้นหัวใจรั่ว โดยสามารถเกิดขึ้นได้กับลิ้นหัวใจทั้ง 4 ลิ้น ซึ่งภาวะนี้ไม่แสดงอาการในระยะเริ่มแรก แต่จะเริ่มแสดงอาการเมื่อเข้าสู่วัยรุ่นแต่ก็ไม่รุนแรง และจะแสดงอาการรุนแรงเมื่ออายุประมาณ 40 - 50 ปี จนทำให้ผู้ป่วยเจ็บแน่นหน้าอก ใจสั่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ และมีอาการเหนื่อย อ่อนเพลียมากขึ้น เกือบๆ จะทุกการเคลื่อนไหว จำเป็นต้องรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษา หากอาการยังไม่รุนแรงแพทย์อาจแนะนำให้รับประทานยาและนัดติดตามอาการเป็นระยะ แต่ถ้าอาการรุนแรงและเข้ารับการผ่าตัดซ่อมลิ้นหัวใจแล้วก็ยังไม่เป็นผล หรือผู้ป่วยมีภาวะลิ้นหัวใจเสื่อมหรือเสียมาก จนไม่สามารถกลับมาทำงานตามเดิมได้อีก ก็จำเป็นต้องได้รับ “การผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ” (Valve Replacement) เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิม


ลิ้นหัวใจเป็นอย่างไร

ลิ้นหัวใจมีทั้งหมด 4 ลิ้น ประกอบด้วย ลิ้นหัวใจไตรคัสปิด (Tricuspid valve), ลิ้นหัวใจพัลโมนิค (Pulmonic valve), ลิ้นหัวใจไมตรัล (Mitral valve) และ ลิ้นหัวใจเอออร์ติก (Aortic valve) ทำหน้าที่ควบคุมการไหลเวียนเลือดใน 4 ห้องหัวใจ ให้เป็นไปตามทิศทางที่ถูกต้องและไม่ให้เลือดไหลย้อนกลับ หากลิ้นหัวใจชำรุด เสื่อมสภาพ หรือมีโรคที่รบกวนการทำงานของลิ้นหัวใจจนเกิดความผิดปกติ จะส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานหนักจนเกิดภาวะต่างๆ ทั้ง หัวใจโต เลือดคั่งในหัวใจ เลือดคั่งในปอด ตามมาได้ บางรายก็อาจเสียชีวิตได้เนื่องจากการทำงานของหัวใจล้มเหลว

โรคลิ้นหัวใจ ส่วนใหญ่มักมีสาเหตุจากความผิดปกติของเนื้อเยื่อลิ้นหัวใจมาแต่กำเนิด ส่งผลให้ลิ้นหัวใจเสื่อมไวกว่าคนทั่วไป โดยอาจไม่มีอาการใดๆ ในวัยเด็ก หรือตั้งแต่มารดาตั้งครรภ์ แต่จะเริ่มเหนื่อยง่าย ใจสั่น เมื่อเข้าสู่วัยรุ่น รวมไปถึงสาเหตุอื่นๆ ได้แก่ ลิ้นหัวใจเสื่อมตามอายุ มักพบในวัยผู้สูงอายุ โรคหัวใจรูมาติก มักพบในเด็กอายุ 5 ขวบขึ้นไป โรคลิ้นหัวใจรั่วจากการติดเชื้อ และภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจตายและเกิดลิ้นหัวใจรั่วตามมา

> กลับสารบัญ


การรักษาโรคลิ้นหัวใจ

ผู้ป่วยที่มีอาการลิ้นหัวใจไม่รุนแรง ชำรุดเพียงเล็กน้อย หรือปานกลาง แพทย์จะแนะนำวิธีการปฏิบัติตัวและเฝ้าระวังติดตามอาการ และจะรักษาด้วยการให้ยาขับปัสสาวะเพื่อช่วยเสริมการทำงานของหัวใจให้เต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ในกรณีผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงมาก มีลิ้นหัวใจรั่วมาก จนกระทั่งกล้ามเนื้อที่พยุงการปิด-เปิด ลิ้นหัวใจเกิดการหย่อนยาน ปูด หรือหนา แพทย์อาจแนะนำให้เข้ารับการผ่าตัดซ่อมแซมลิ้นหัวใจ (Valve Repair) แก้ไขส่วนที่เสียหายของลิ้นหัวใจ แต่ถ้าอาการรุนแรง และเข้ารับการผ่าตัดซ่อมลิ้นหัวใจแล้วก็ยังไม่เป็นผล หรือผู้ป่วยมีภาวะลิ้นหัวใจเสื่อมหรือเสียมาก จนไม่สามารถกลับมาทำงานตามเดิมได้อีก ก็จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ (Valve Replacement) ใหม่ ด้วยการเอาลิ้นหัวใจที่เสียหายออก และนำลิ้นหัวใจเทียมใส่เข้าไปแทน

> กลับสารบัญ


การผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิม

การผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ (Valve Replacement) เป็นการผ่าตัดแบบวิธีมาตรฐาน คือ การเปิดแผลผ่าตัดกึ่งกลางหน้าอก เป็นการรักษาโรคลิ้นหัวใจผิดปกติ ในกรณีพยาธิสภาพของลิ้นหัวใจสูญเสีย หรือเสื่อมสภาพไปมากแล้ว เช่น ฉีกขาดมาก หรือมีหินปูนเกาะ ทำให้ศัลยแพทย์ไม่สามารถผ่าตัดโดยการซ่อมแซมลิ้นหัวใจเดิมของผู้ป่วยได้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนลิ้นหัวใจใหม่ ด้วยการเอาลิ้นหัวใจที่เสียหายออก และนำลิ้นหัวใจเทียมใส่เข้าไปแทน ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบธรรมชาติที่ได้จากเนื้อเยื่อของหัวใจวัว หรือเนื้อเยื่อหัวใจหมู และลิ้นหัวใจเทียมจากสารสังเคราะห์ โลหะ โดยอายุของลิ้นหัวใจใหม่นี้จะอยู่ที่ประมาณ 10 ถึง 15 ปี ควบคู่กับการรับประทานยาเพื่อป้องกันเลือดแข็งตัว

> กลับสารบัญ


เตรียมตัวอย่างไรก่อนการผ่าตัด

  1. ผู้ป่วยจะได้รับการตรวจร่างกายและซักประวัติโดยละเอียด เช่น การตรวจเลือด เอกซเรย์
  2. แพทย์จะสอบถามถึงยา อาหารเสริม วิตามิน หรือสมุนไพรที่กำลังใช้อยู่ ผู้ป่วยจึงควรเตรียมยาดังกล่าวติดตัวไปด้วย
  3. ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์ล่วงหน้า หากมีประวัติการแพ้ หรือผลข้างเคียงจากการได้รับยาระงับประสาท
  4. หากใส่ฟันปลอม หรือเหล็กดัดฟัน ควรแจ้งแพทย์ก่อน
  5. ผู้ป่วยจะได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดดำ สวนอุจจาระ และต้องงดน้ำและอาหารหลังเที่ยงคืนวันก่อนผ่าตัด
  6. เช้าวันผ่าตัด ผู้ป่วยควรทำความสะอาดร่างกายและเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ ไม่ควรทาลิปสติกทาสีเล็บและทาแป้งบริเวณลำตัว
  7. ถอดเครื่องประดับต่างๆ ฟันปลอม รวมทั้งฝากทรัพย์สินมีค่าไว้ที่ญาติ
  8. เพื่อความปลอดภัยในระยะการผ่าตัด ผู้ป่วยจะได้รับการวัดความดันโลหิต วัดออกซิเจนในเลือด ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เป็นต้น

> กลับสารบัญ



ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

ขั้นตอนการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ

ผู้ป่วยจะได้รับยาสลบ เพื่อทำให้หลับไปตลอดการผ่าตัดโดยไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดใดๆ ระหว่างการผ่าตัด แพทย์จะทำให้หัวใจหยุดเต้นชั่วขณะ มีการใช้เครื่องบายพาสหัวใจและปอดทำงานแทนหัวใจจริง จากนั้นศัลยแพทย์ทางด้านหัวใจจะทำการผ่าตัดเปิดหน้าอก และนำลิ้นหัวใจที่เสียหายออก แล้วนำลิ้นหัวใจใหม่ใส่เข้าไปแทน เมื่อผ่าเปลี่ยนลิ้นหัวใจเสร็จ แพทย์จะทำให้หัวใจของผู้ป่วยกลับมาเต้นอีกครั้ง หลังจากนั้นจะซ่อมแซมกระดูกสันอก ก่อนทำการปิดปากแผลที่หน้าอก โดยเวลาในการทำการผ่าตัดเฉลี่ยประมาณ 4 ชม.

เมื่อทำหัตถการเปลี่ยนลิ้นหัวใจแล้ว แพทย์อาจใช้การใช้เครื่องอัลตราซาวด์ ตรวจดูการทำงานของลิ้นหัวใจใหม่ว่าทำงานได้อย่างเหมาะสมแล้วหรือไม่

> กลับสารบัญ


การปฏิบัติตัวหลังผ่าตัด

  • หลังการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ จะส่งตัวผู้ป่วยจะเข้าห้อง ICU เพื่อใช้งานระบบสอดส่องกิจกรรมของหัวใจ ปอด และระบบอื่นๆ ของร่างกายเป็นเวลา 24-48 ชั่วโมง นอกจากนี้ผู้ป่วยยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจตลอดการพักฟื้นที่โรงพยาบาล
  • หลังผ่าตัด 7–14 วัน ถ้าแผลแห้งดี ผู้ป่วยสามารถอาบน้ำได้ ในระยะที่มีอาการเหนื่อยง่ายควรนั่งเก้าอี้ และไม่อาบน้ำที่ร้อนมากเพราะอาจทำให้รู้สึกใจหวิวและเป็นลมได้
  • ในกรณีที่แผลยังไม่แห้งสนิทดี ควรทำแผลทุกวัน และระวังไม่ให้แผลเปียกน้ำ หากพบว่ามีอาการเจ็บตึง บวม แดง ร้อน มีน้ำเหลืองหรือหนองบริเวณขอบแผลควรเข้ามาพบแพทย์ทันที
  • ในระยะ 2 สัปดาห์แรก ผู้ป่วยสามารถทำงานเบาๆ ได้ เช่น เก็บกวาดบ้าน แต่ไม่ควรทำงานที่ต้องออกแรงมาก เช่น ยกของหนักหรือขับรถ จนกว่าจะครบ 6 สัปดาห์ หรือเมื่อแพทย์อนุญาต จึงเริ่มทำงานปกติได้
  • รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และควรเป็นอาหารที่มีรสเค็มน้อย รสไม่จัด งดอาหารหมักดอง ชา กาแฟ รวมทั้งเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด
  • ควรนอนหลับพักผ่อนในเพียงพอ โดยวันละ 8–10 ชั่วโมง
  • เมื่อทำกิจกรรมแล้วรู้สึกเหนื่อยควรพัก ครั้งละ 20-30 นาที
  • แนะนำให้วางแผนการออกกำลังกาย โดยเพิ่มเวลาขึ้นวันละนิด ไม่หักโหม เช่น การเดิน หากมีอาการเจ็บแน่นหน้าอก เวียนศีรษะ หน้ามืด จะเป็นลม ใจสั่น หอบเหนื่อย ต้องหยุดพัก และควรแจ้งให้แพทย์ทราบในการนัดครั้งต่อไป
  • ผู้ป่วยสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ เมื่อทดสอบสุขภาพ โดยการขึ้นลงบันไดได้มากกว่า 3 รอบแล้วไม่รู้สึกเหนื่อย ถ้ารู้สึกเหนื่อยหรือเครียด ไม่ควรมีเพศสัมพันธ์
  • เลิกการสูบบุหรี่อย่างถาวร
  • ควรมาพบแพทย์ตามนัดเพื่อติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง

> กลับสารบัญ



ศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลนครธน พร้อมทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มีความพร้อม และความชำนาญในการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ ผู้ป่วยสามารถกลับไปทำงานและใช้ชีวิตประจำวันได้หากไม่มีผลแทรกซ้อน รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถปรึกษาและสอบถามได้ที่ศูนย์หัวใจ ชั้น 1 โทร 024509999 ต่อ 1074-1075

ปรึกษาทุกปัญหาสุขภาพแบบออนไลน์
ไม่เสียค่าใช้จ่าย






Share :

สินค้าในตระกร้าไม่ถูกต้องตามเงื่อนไข, กรุณาตรวจสอบจำนวน
จัดการตระกร้าสินค้า

เมื่อคลิก “อนุญาตคุกกี้ทั้งหมด” หมายความว่าผู้ใช้งานยอมรับที่จะเปิดการใช้งานคุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ เพื่อให้เว็บไซต์สามารถทำงานได้อย่างถูกต้องและเต็มประสิทธิภาพ เพื่อเปิดใช้คุณสมบัติของโซเชียลมีเดีย และเพื่อวิเคราะห์การเข้าใช้งานเพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการทำการตลาดและการโฆษณา รวมถึงการแบ่งปันข้อมูลการใช้งานกับพาร์ทเนอร์โซเชียลมีเดีย